021036
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
9
173
182
19503
3779
6403
21036

Your IP: 192.168.2.69
2017-11-20 00:04

กสร.ชวนรู้

Post by Chanthaburi
on 06 ตุลาคม 2560
ฮิต: 12

ก.แรงงาน เตือนรับมือรู้วิธีป้องกัน อุบัติภัยใหม่ในการทำงาน

Post by Chanthaburi
on 28 มิถุนายน 2560
ฮิต: 21

 

สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน กระทรวงแรงงาน เตือนอุบัติภัยใหม่ในการทำงาน เน้นให้แรงงานได้รู้วิธีป้องกันตัวจากอุบัติภัยรูปแบบใหม่ ทั้งสารเคมีรั่วไหล และการปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ ที่การเข้าออกจำกัด อากาศไม่พอ รวมทั้งห้องใต้ดิน ถ้าเป็นบ่อน้ำเสีย กลิ่นเหมือนแก๊สไข่เน่าจะเป็นพิษเข้าสู่ร่างกาย

โรงงานต้องกำหนดโซนพื้นที่ ให้ขออนุญาตก่อนเข้า - ออก และพิสูจน์ให้แน่ใจว่าปลอดภัย มีหลักปฏิบัติ เช่น ทางเข้าต้องมีคนเฝ้า และติดต่อกับคนที่อยู่ด้านในได้ด้วย มีเชือกรั้งไว้ และกระตุกแจ้งเตือน ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที สาธิต และสอนวิธีใช้อุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น การทำงานบนที่สูง งานซ่อมอาคารสูง งานก่อสร้าง การทำงานกับเครื่องจักร และสารเคมีอันตราย

ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงาน ที่กระทรวงแรงงาน เปิดให้นิสิตนักศึกษาที่จะไปฝึกงาน และกลุ่มแรงงานได้เข้ารับการฝึกอบรมเรียนรู้ เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งนายจ้าง และลูกจ้าง ต้องรู้เรื่องความปลอดภัยและอาชีวอนามัย รู้วิธีสังเกต และควบคุมอุบัติภัยใหม่ๆ ทั้งจากสารเคมี การก่อสร้าง การป้องกันอัคคีภัย และความปลอดภัยทางถนน รวมถึงมาตรฐานการจัดการให้ความรู้นายจ้าง ลูกจ้าง ตระหนัก และมีความรู้วิธีป้องกันอุบัติภัยในการทำงาน

โครงสร้างองค์กร

Post by Super User
on 03 ธันวาคม 2558
ฮิต: 144

ตราสัญลักษณ์

Post by Super User
on 03 ธันวาคม 2558
ฮิต: 107

 

  • เทพบดีองค์กลาง พระหัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์ พระหัตถ์ขวาประสาทพร มีหน้าที่รักษาความเป็นธรรม เปรียบเสมือนรัฐบาล ซึ่งทำหน้าที่รักษาความเป็นธรรมและอำนวยประโยชน์สุข ให้แก่ประชาชน โดยมีกฎหมายเป็นเครื่องมือ
  • เทพบดีผู้อยู่เบื้องขวา พระหัตถ์ขวาถือม้วนสารา หมายถึง นายจ้าง
  • เทพบดีผู้อยู่เบื้องซ้าย พระหัตถ์ขวาถือผึ่ง พระหัตถ์ซ้ายถือดิ่ง หมายถึง ลูกจ้าง
    ทั้งสามองค์เหาะลอยเปล่งรัศมีอยู่เหนือลายเมฆภายในวงกลมเดียวกัน ซึ่งความหมายถึง ความสามัคคี ร่วมแรง ร่วมใจกันทุกฝ่าย เพื่อความเจริญก้าวหน้าในกิจการันมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของชาติ

ประวัติ

Post by Super User
on 03 ธันวาคม 2558
ฮิต: 104

 

           

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ก่อให้เกิดภาวการณ์ว่างงานเพิ่มมากขึ้น คณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงกำหนดนโยบายหลักในการบำรุงความสุขของราษฎรในทางเศรษฐกิจและหางานให้ราษฎรทุกคน เพื่อมุ่งเน้นขจัดปัญหาการว่างงาน ดังนั้น จึงมีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักจัดหางาน พ.ศ. 2475 และพระราชบัญญัติสำนักงานจัดหางานประจำท้องถิ่น พ.ศ. 2475 พร้อมกับการปรับปรุงกฎหมายด้านแรงงาน และจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาบริหารให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยแผนกจัดหางาน กองทะเบียน กรมปลัดกระทรวงมหาดไทย นับเป็นหน่วยงานแรกที่มีบทบาทในการบริหารแรงงานอย่างชัดเจน

 

นับแต่นั้นเป็นต้นมา หน่วยงานด้านบริหารแรงงานจึงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยปริมาณงานในด้านแรงงานที่ขยายตัวมาโดยตลอด เมื่อเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504 – 2509) หน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านบริหารแรงงานขณะนั้นคือ กองแรงงานจึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นส่วนแรงงานในปี พ.ศ. 2505 และในปี พ.ศ. 2508 ได้รับการยกฐานะเป็นกรมแรงงานภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่ในการบริหารแรงงาน การคุ้มครองแรงงาน การแรงงานสัมพันธ์ การพัฒนาฝีมือแรงงาน การจัดหางาน และกองทุนเงินทดแทนต่อมาในปีพ.ศ. 2533 รัฐบาลพิจารณาเห็นว่าแรงงานควรมีความมั่นคงในชีวิตด้วยระบบประกันสังคม จึงได้จัดตั้งสำนักงานประกันสังคม และโอนภารกิจด้านกองทุนเงินทดแทนของกรมแรงงานให้กับสำนักงานประกันสังคม

 

ภารกิจของกรมแรงงานได้ทวีความสำคัญมากขึ้นโดยลำดับ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา รัฐบาลหลายสมัยได้พยายามยกฐานะกรมแรงงานขึ้นเป็นกระทรวงแรงงาน แต่ประสบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทุกครั้ง จนกระทั่งวันที่ 28 มกราคม 2535 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ยุบเลิกกรมแรงงานและจัดตั้งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยขึ้นใหม่ 2 หน่วยงาน คือ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทำหน้าที่ดูแล รับผิดชอบ บริหารการคุ้มครองแรงงานและการแรงงานสัมพันธ์ และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ บริหารงานการส่งเสริมการมีงานทำ ได้แก่ การพัฒนาฝีมือแรงงาน และการจัดหางาน พร้อมทั้งอนุมัติในหลักการให้เตรียมดำเนินการจัดตั้งกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมต่อไป

 

การดำเนินการจัดตั้งกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมประสบผลสำเร็จในปี พ.ศ. 2536 โดยรัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบางส่วนของกระทรวงมหาดไทยไปเป็นของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2536 อันมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2536 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงได้เป็นส่วนราชการภายใต้สังกัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

 

ในช่วงการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและแรงกดดันต่างๆ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมภายในประเทศ ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2542 เห็นชอบให้มีแผนปฏิรูประบบบริหารราชการภาครัฐ เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบบริหารภาครัฐไปสู่รูปแบบการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2545 รัฐบาลจึงได้ตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐมีการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นระบบ มีการกำหนดรูปแบบการจัดโครงสร้างและปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานใหม่ให้ชัดเจน เป็นผลให้มีการปรับกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมไปเป็นกระทรวงแรงงาน โดยโอนงานด้านประชาสงเคราะห์ไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดังนั้น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงเป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานนับตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2545 เป็นต้นมา