021859
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
109
191
1005
19503
4602
6403
21859

Your IP: 192.168.2.69
2017-11-23 11:10

สรุปข่าวประจำสัปดาห์ ( 28 ส.ค.- 1 ก.ย. 2560 )

Post on 04 กันยายน 2560
by Chanthaburi
ฮิต: 39

มติคณะรัฐมนตรี

 

ครม.เห็นชอบใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยบรรเทาค่าครองชีพประชาชนผู้มีรายได้น้อย

 

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ว่า ได้เห็นชอบตามโครงการประชารัฐสวัสดิการ ด้วยการออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่มีสิทธิ์และลงทะเบียนไว้ 11.67 ล้านคน ให้สามารถใช้บัตรเพื่อนำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นผ่านร้านค้าธงฟ้า สำหรับผู้มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาทต่อปีจะได้วงเงิน 200 บาทต่อเดือน และผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปีได้รับวงเงิน 300 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ ยังให้วงเงินสำหรับลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับรถเมล์และรถไฟฟ้า วงเงิน 500 บาทต่อเดือน รถไฟ และรถ บขส. วงเงินอย่างละ 500 บาทต่อเดือน และได้รับวงเงินส่วนลดในการซื้อก๊าชหุงต้ม 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ในส่วนของการช่วยเหลือค่าน้ำ ค่าไฟ ยังให้เป็นแบบมาตรการเดิมไปก่อน ทั้งนี้ ทุกวันที่ 1 ของเดือนระบบจะรีเซ็ตวงเงินในบัตรใหม่ โดยเงินที่ใช้ไม่หมดในบัตรจะถูกตัดเพื่อส่งคืนให้กับรัฐ

 

อย่างไรก็ตาม คาดว่ารัฐบาลจะใช้วงเงินในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอยู่ที่ปีละ 41,940 ล้านบาท โดยเป็นเงินจากกองทุนประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันได้รับจัดสรรไว้ 46,000 ล้านบาทสำหรับบัตรสวัสดิการ ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำและกระจายบัตร โดยจะแจกจ่ายให้ประชาชนประมาณ 21 กันยายนนี้(60) เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บัตรได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

 

ครม. อนุมัติจัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าใน กทม.และปริมณฑล (ประชานิเวศน์ 3)

 

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติ ครม. อนุมัติจัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าใน กทม.และปริมณฑล (ประชานิเวศน์ 3) จำนวน 556 หน่วย วงเงินลงทุนรวม 464.40 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ในประเทศ 413.82 ล้านบาท เงินรายได้ 50.59 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการ ก.ค. 2560 – มิ.ย. 2562 อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ประมาณ 2.5 กิโลเมตร คาดว่าจะเสร็จในปี 2564 เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง มีโอกาสได้อยู่อาศัยใกล้เส้นทางรถไฟฟ้า ในราคาที่กลุ่มเป้าหมายรับภาระได้ ถือเป็นโครงการนำร่องโครงการแรก ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง

 

ครม. เห็นชอบร่างสัญญาที่ 2.2 งานที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและจีน 3,500 ล้านบาท

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างสัญญา 2.2 งานที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร วงเงินดำเนินโครงการ 3,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 1,649 ล้านบาท ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยยืนยันว่าไม่กระทบกับมูลค่าการก่อสร้างโดยรวมของโครงการที่ 179,412 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างสัญญาที่ 2.1 การออกแบบรายละเอียด วงเงินค่าจ้าง 1,706 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฝ่ายไทยและจีนจึงมีกำหนดลงนามในสัญญาที่ 2.1 และ 2.2 ร่วมกันในโอกาสที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 4-5 กันยายนนี้ ที่ประเทศจีน

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยด้วยว่า หลังลงนามทั้ง 2 สัญญาแล้ว ฝ่ายไทยจะนำแบบการก่อสร้างช่วงที่ 1 ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ช่วงกลาง-ปางอโศก มาดำเนินการก่อสร้าง หากผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว ตามแผนจะเริ่มการก่อสร้างช่วงที่ 1 ได้ช่วงเดือนตุลาคมนี้

 

มติ ครม. เห็นชอบมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ กระตุ้นภาคอุตสาหกรรมให้หันมาใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

 

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แถลงว่า มติ ครม. เห็นชอบ มาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ เพื่อกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมให้หันมาใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การผลักดันให้มีผู้ให้บริการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ System Integrator (SI) ให้เพียงพอกับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาศักยภาพและความร่วมมือในเครือข่ายหน่วยงาน Center of Robotics Excellence เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและบุคลากรให้กับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยมีเป้าหมายระยะสั้น ปี 2560 ให้มีการลงทุนหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติไม่น้อยกว่า 12,000 ล้านบาท เกิดการขยายตัวด้านการผลิต/ประกอบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศ ส่วนในระยะกลาง ระหว่างปี 2561 – 2564 ให้มีการลงทุนหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาท อุตสาหกรรมไทยอย่างน้อยร้อยละ 50 ของจำนวนโรงงานทั้งหมดมีการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติระดับสูงในโรงงาน มีการผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติขึ้นในประเทศอย่างน้อยร้อยละ 30 ของมูลค่าการนำเข้า (มูลค่าการนำเข้าทั้งหมด 80,000 ล้านบาท)

 

ครม. อนุมัติ จัดสรรงบกลาง ดำเนินโครงการสำคัญ 11 โครงการ วงเงินกว่าสองพันล้านบาท

 

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าผลการประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (29 ส.ค.60) ได้มีมติที่น่าสนใจหลายเรื่อง โดยได้อนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นเร่งด่วน ประจำปีงบประมาณ 2560 เพื่อดำเนินโครงการสำคัญ 11 โครงการ ในกรอบวงเงิน 2,225.42 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ด้านบริหารจัดการน้ำ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากการลงพื้นที่ตรวจราชการ โครงการสนับสนุนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และโครงการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 66 รายการ 2. โครงการด้านการพัฒนาการเกษตร รวม 8 โครงการ ได้แก่ ตลาดเกษตรอินทรีย์ ตลาดน้ำ อ.ต.ก. โรงแช่แข็งผลไม้และห้องเย็น การสร้างปัจจัยพื้นฐานรวบรวมและจัดเก็บข้าวเปลือกคุณภาพ การส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพในสถาบันเกษตรกรในพื้นที่นิคมสหกรณ์ การเพิ่มศักยภาพศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร การสร้างเครือข่ายการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่วพันธุ์ดีสนับสนุนการปลูกพืชหลังนาในพื้นที่แปลงใหญ่ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไข่ไหม โดยกรมหม่อนไหม

การเมือง/มั่นคง

 

28 ส.ค. 60

 

นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ติดตามความก้าวหน้าในการพัฒนาจังหวัดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประชุมติดตามความก้าวหน้าของจังหวัดสระแก้วในการเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ที่ห้องประชุมโรงแรมอินโดจีน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนภาคเอกชนจังหวัดสระแก้วเข้าร่วมประชุม สำหรับการประชุมในครั้งนี้เพื่อรับทราบความคืบหน้าเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว การลงทุนของภาคเอกชนและแนวโน้ม รวมถึงข้อเสนอการบริหารงานศุลกากรเพื่อรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว รวมถึงการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

 

ด้านความพร้อมของเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว มีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ครอบคลุม 4 ตำบล ใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภออรัญประเทศและอำเภอวัฒนานคร พื้นที่รวม 332 ตร.กม. ปัจจุบันเปิดบริการให้เอกชนขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้แล้ว ส่วนภาพรวมโครงสร้างพื้นฐาน กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการก่อสร้างถนนเพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองอรัญประเทศด้านใต้ แยก ทล.33 ด่านบ้านคลองลึก ระยะทาง 15.425 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จประมาณเดือนสิงหาคม 2561 โครงการทางหลวงอรัญประเทศ - ชายแดนไทย/กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน - สตึงบท) ระยะแรก ก่อสร้างสะพานคลองพรมโหดและปรับปรุงถนนเชื่อมด่านคลองลึก ระยะที่ 2 ก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองอรัญประเทศ 4 ช่องทาง โดยทั้งสองโครงการคาดจะแล้วเสร็จภายในปี 2562

 

สำหรับความคืบหน้าด้านแรงงานต่างด้าวหลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ผู้ประกอบการรวมถึงแรงงานต่างด้าวมีความตื่นตัวจดทะเบียนให้ถูกต้องตามพระราชกำหนดฯ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนแล้ว 544 ราย มีแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้วจำนวน 1,555 คน ผ่านการคัดกรองแล้ว 1,260 คน ทั้งนี้ จังหวัดสระแก้วมีแรงงานต่างด้าวที่เดินทางไป-กลับแต่ละวันจำนวน 35,471 คน ส่วนการแก้ไขปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ทางจังหวัดได้ทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในปี 2560 มูลค่ามากกว่า 150 ล้านบาท

 

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวมอบนโยบายภายหลังการรับฟังรายงานความคืบหน้าฯ ตอนหนึ่งว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการต่างประเทศ บีโอไอ และการนิคมอุตสาหกรรมร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนให้มากขึ้น รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมรองรับการลงทุนในทุก ๆ ด้าน เพื่อดึงดูดนักลงทุน เพราะการลงทุนต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก รวมทั้งช่วยกันสร้างความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ซึ่งเมื่อมีการลงทุนในประเทศจำนวนมาก ก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและรายได้ของประเทศตามมา พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายในการเอื้อประโยชน์ให้กับใคร แต่ต้องการให้เกิดการลงทุนภายในประเทศ ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจต่อต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการตามกฎหมายของไทย

 

กระทรวงกลาโหมเห็นชอบเพิ่มขีดความสามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ พร้อมหนุนกองร้อยทหารช่างก่อสร้างเข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพ

 

พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า การประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 8/2560 เห็นชอบร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2560-2579 โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 4 ระยะๆ ละ 5 ปี ซึ่งมุ่งสู่การพัฒนา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีขีดความสามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อความพร้อมรบและสนับสนุนให้ภาคเอกชน ดำเนินกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสาน 50 จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่

 

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำ สภาวะอากาศ และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร พบว่า พายุโซนร้อน “ปาข่า” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น และคาดว่าในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณตอนเหนือของประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ในช่วงวันที่ 28 สิงหาคม – 2 กันยายนนี้ มีฝนตกเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่งในทั่วทุกภาคของประเทศ จึงประสาน 50 จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย แยกเป็น ภาคเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะลุ่มแม่น้ำกกและลุ่มแม่น้ำน่าน ซึ่งมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเริ่มเอ่อล้นตลิ่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี และลพบุรี ภาคตะวันออก 5 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 13 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำ ที่ลาดชันเชิงเขา บริเวณริมชายฝั่งทะเล และพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาอุทกภัย ให้ระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยในช่วงฝนตกหนักสะสมในพื้นที่และช่วงเวลาที่มีน้ำทะเลหนุนสูง

 

29 ส.ค. 60

 

นายกรัฐมนตรี ระบุ ยังไม่สามารถติดตามเส้นทางการหายตัวไปของอดีตนายกรัฐมนตรี ขอเวลา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความชัดเจน

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ฝ่ายความมั่นคงยังไม่สามารถติดตามเส้นทางการหายตัวไปของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบทั้งใน และต่างประเทศ ซึ่งได้ประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงประเทศสิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมั่นใจว่าจะสามารถติดตามตัวได้ แต่อาจต้องใช้เวลา เพราะเป็นเรื่องของการประสานกับต่างประเทศ นายกรัฐมนตรียังชี้แจงข้อสังเกตเรื่องความเข้มงวดในการติดตามนางสาวยิ่งลักษณ์ก่อนหลบหนี เนื่องจากขณะนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา ประกอบกับ คสช.ยกเลิกคำสั่งห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เนื่องจากมีเสียงวิจารณ์ถึงการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ขณะเดียวกันยังมีข้อกำหนดของศาลในการห้ามเดินทางออกนอกประเทศอยู่แล้ว พร้อมย้ำถึงความตั้งใจให้คดีเดินหน้าไปตามกระบวนการ จึงรู้สึกเสียใจหาก คสช.และฝ่ายความมั่นคงตกเป็นจำเลยของสังคม

 

นายกรัฐมนตรี เห็นว่าในขณะนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังไม่สามารถขอลี้ภัยได้ เนื่องจากศาลยังไม่มีคำพิพากษา มีเพียงพฤติกรรมไม่เข้ารับฟังคำพิพากษา พร้อมยืนยันว่า จะดำเนินการลงโทษกับเจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่ให้การช่วยเหลือให้นางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนี เพราะถือเป็นการปล่อยปละละเลยต่อหน้าที่

 

นายกรัฐมนตรี ร่วมประชาสัมพันธ์งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 14 พร้อมให้แนวทางกำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชสมุนไพรอย่างเหมาะสม

 

นายแพทย์สุเทพ วัชรปิยานันท์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นำคณะและภาคีเครือข่ายเข้าพบพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 14 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 3 กันยายน 2560 ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพคเมืองทองธานี โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. นำเสนอช่องทางให้ผลิตภันฑ์สมุนไพรไทยสามารถจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และยังคงรักษามาตรฐานการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค เพื่อพัฒนาตามมาตรฐานสากล พร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ได้ใช้คำสั่ง ตามมาตรา 44 ลดอุปสรรคในการทำงานของ อย. ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันพัฒนาสมุนไพรไทย ไปสู่ระดับสากล สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน

 

นายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางว่าควรมีการกำหนดพื้นที่การเพาะปลูกพืชสมุนไพร เพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ในขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ต้องเข้ามาช่วยในเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ วิธีปลูก การดูแลและการกำหนดพื้นที่เพาะปลูกอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เห็นว่าในภาคตะวันออกมีโครงการเพื่อพัฒนาปศุสัตว์ ที่ชื่อ "โคบาลบูรพา" ดังนั้น เมื่อมีการส่งเสริมการปลูกสมุนไพรในภาคตะวันออก ก็ควรกำหนดแนวคิด เช่น โครงการสมุนไพรบูรพา เพื่อสร้างความน่าสนใจ

 

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้รับมอบต้นสมุนไพรหายาก อาทิ ต้นพันธุ์กระดูกไก่ดำ แร้งคอดำ โดยนายกรัฐมนตรี ให้เจ้าหน้าที่นำไปปลูกไว้ในทำเนียบรัฐบาล

 

กระทรวงกลาโหม เตรียมแถลงผลงานการทำงานของรัฐบาล ครบรอบ 3 ปี ในส่วนงานด้านความมั่นคง ในวันพรุ่งนี้

 

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะแถลงผลงานการทำงานของรัฐบาลครบรอบ 3 ปี ในส่วนของกลุ่มงานด้านความมั่นคง ในวันพรุ่งนี้ (30 ส.ค.60) เวลา 13.30 น. ที่ ห้องพินิตประชานาถ ในศาลาว่าการกลาโหม โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน(องค์การมหาชน) ร่วมแถลงผลงาน

 

ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุ ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินในวันพรุ่งนี้

 

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. จำนวน 36 คน ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินที่ให้ดำรงตำแหน่งอยู่ต่อจนครบวาระขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ในวันพรุ่งนี้ ว่าต้องรอฟังคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นเรื่องของกรรมาธิการของ สนช. ที่จะส่งเอกสารและตัวแทนไปชี้แจง ทั้งนี้ ตามร่างเดิม กรธ.ได้กำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญใหม่ สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ เว้นแต่คนที่ขาดคุณสมบัติให้พ้นวาระ ซึ่งเป็นไปตามหลักการ โดยยืนยันการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระยึดตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เว้นแต่กรณีพิเศษ เช่น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ที่เสนอให้มีการสรรหาคณะกรรมการชุดใหม่ทั้งคณะ

 

30 ส.ค. 60

 

นายกรัฐมนตรี ระบุ ไทยพร้อมช่วยเหลือชาวโรฮิงญาตามหลักสิทธิมนุษยธรรม แต่ไม่ใช่การรับมาอยู่ในประเทศ

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าทางการไทยเตรียมรับชาวโรฮิงญา ที่จะอพยพมาจากเหตุการณ์ในรัฐยะไข่ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ว่า เป็นเรื่องที่ไทยจะต้องเตรียมการไว้ ตามแผนเผชิญเหตุ สำหรับรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดแนวชายแดนกว่า 5,000 กิโลเมตร แต่ไม่ได้หมายความว่าไทยพร้อมจะรับชาวโรฮิงญามาอยู่ในประเทศ หากมีผู้อพยพมาก็จะดูแลตามหลักสิทธิมนุษยธรรมแล้วส่งกลับเมื่อเหตุการณ์ปกติ

 

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมหารือกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา เพื่อพัฒนางานด้านความมั่นคงและแก้ปัญหาชายแดนร่วมกัน

 

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ พลเอก อาวุโส มิน อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยมาเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการระดับสูงไทย – เมียนมา ครั้งที่ 5 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น

 

พลเอก ประวิตร กล่าวแสดงความขอบคุณ ที่ประธานาธิบดีเมียนมา ได้เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และกล่าวถึงความสัมพันธ์ของกองทัพทั้งสองประเทศ ที่มีความร่วมมือกันใกล้ชิดในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งชื่นชมความสำเร็จของการประชุมคณะกรรมการระดับสูงที่จัดขึ้นโดยเชื่อมั่นว่า ผลสำเร็จจากการประชุมจะช่วยส่งเสริมให้ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหมของทั้ง 2 ประเทศ เป็นไปอย่างแน่นแฟ้น อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนร่วมกันได้อย่างดี

 

พลเอก อาวุโส มิน อ่อง ไหล่ กล่าวขอบคุณไทย ที่สนับสนุนการเจรจาสันติภาพในเมียนมาที่ผ่านมา สำหรับการประชุมคณะกรรมการระดับสูงที่จัดขึ้น สามารถตกลงร่วมมือกันได้ด้วยดีในทุกเรื่อง ซึ่งการทำงานร่วมกันของกลไกความร่วมมือในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ระหว่างไทย – เมียนมา ที่มีอยู่ พร้อมกล่าวว่าปัญหาที่เกิดในรัฐยะไข่ รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาตามกฎหมายของประเทศ และขอยืนยันว่าจะร่วมกันสร้างความสงบสุขตามแนวชายแดนทั้งสองประเทศและเป็นมิตรที่ดีกับไทยตลอดไป

 

โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ย้ำการสรรหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติใหม่ทั้งชุด ไม่ได้ลดความน่าถือเชื่อ

 

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวกรณีมีการวิพากวิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยเฉพาะกรณีการให้คณะกรรมการชุดเดิมพ้นจากตำแหน่ง โดยให้รักษาการจนกว่าจะมีการคัดเลือกหรือสรรหาคณะกรรมการ กสม.ชุดใหม่ เนื่องจาก กรธ.เห็นตรงกันว่าประเด็นการลดสถานะของคณะกรรมการ กสม. จากเกรด A เป็นเกรด B

 

ทั้งนี้ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่า องค์กรที่พิจารณาไม่ยอมรับกระบวนการทำงานของ กสม.ชุดปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ได้พยายามชี้แจงต่ออนุกรรมการประเมินความน่าเชื่อถือ ซึ่งการคงอยู่ของ กสม.นั้น ทาง กรธ.ได้ถือตามหลักให้มีกระบวนการได้มาซึ่ง กสม. ตามคุณสมบัติใหม่โดยเร็ว โดยการนำเสนอให้อยู่ครึ่งวาระ จึงไม่มีเหตุผลที่อ้างได้ตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การสรรหา กสม.ชุดปัจจุบัน จึงเป็นการยกระดับให้ กสม.ไทยเป็นที่ยอมรับตามหลักเกณฑ์ของสากล และเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560 กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ต้องไม่เคยดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระอื่นมาก่อน ซึ่ง กสม.ชุดปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระแล้ว จึงไม่สามารถกลับเข้ามารับการสรรหาตามกระบวนการใหม่ได้อีก

 

รองนายกรัฐมนตรี ยืนยัน การแต่งตั้งนายพลตำรวจ วาระปี 2560 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พิจารณารวม 183 ตำแหน่ง

 

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยัน ภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ว่า การพิจารณาบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงผู้บังคับการ วาระประจำปี 2560 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีการแต่งตั้งรวม 183 ตำแหน่ง ทั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและสับเปลี่ยนหมุนเวียน ซึ่งเป็นไปตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอทั้งหมด ไม่มีการปรับแก้ไข เพราะต้องเลือกบุคคลที่สามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี รวมทั้ง ส่วนตัวและนายกรัฐมนตรี ไม่เข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งอย่างแน่นอน

 

ด้านพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งต่างๆ เพียงระบุว่า ทุกคนมีความรู้ความสามารถ แต่ยอมรับ มีการพิจารณาปรับเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและคล่องตัว หลังที่ผ่านมา มีปัญหาผู้โดยสารตกค้างมาต่อเนื่อง ส่วนผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ต้องเคยอยู่ในพื้นที่นครบาลมาก่อน ขณะที่ ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ก็ต้องพิจารณาตามความรู้ ความเหมาะสม และมีประสบการณ์เฉพาะทาง ยืนยันว่า ไม่เกินพรุ่งนี้ ทุกคนจะได้เห็นรายชื่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้พร้อมกัน

 

รองนายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน คาดว่าจะประกาศแผนปฏิรูปเมษายน 2561

 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมร่วมกับประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน รวมถึงคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจและคณะปฏิรูปการศึกษา ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่า จะนำร่างที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. มาศึกษา เพื่อกำหนดกลไกขั้นตอน งบประมาณ และผลสัมฤทธิ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยแผนที่คณะกรรมการปฏิรูปจัดทำนั้น แผนทั้งหมดจะต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 กันยายนนี้ เพื่อส่งให้คณะกรรมการยุทธ์ศาสตร์ชาติ ซึ่งคาดว่าทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในเดือนเมษายน 2561

 

รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า แผนการปฏิรูปไม่มีพิมพ์เขียวและไม่มีความเป็นที่จะต้องทำ ส่วนกรณีที่มีรายชื่อนักธุรกิจมามีส่วนร่วมในคณะกรรมการ แล้วจะไม่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตัวกับส่วนรวม ที่รัฐบาลกำลังผลักดันหรือไม่นั้น รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเป็นการปฏิรูปในทุกมิติและทุกด้าน เพราะคณะกรรมการของแต่ละชุดมีส่วนผสมของคนทุกรูปแบบ เพื่อทำงานให้เกิดความหลายหลากบูรณาการซึ่งกันและกัน

 

 

31 ส.ค. 60

เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว

 

28 ส.ค. 60

 

รัฐบาลเตรียมเดินหน้าเปิดตัวโครงการประชารัฐสวัสดิการ ออกการ์ดช่วยเหลือประชาชนซื้อสินค้าราคาถูก

 

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างขับเคลื่อนโครงการประชารัฐสวัสดิการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลัง จำนวน 11.6 ล้านรายทั่วประเทศ โดยรูปแบบของโครงการเบื้องต้นจะออกเป็นบัตรหรือการ์ด เพื่อสนับสนุนให้สามารถใช้บัตรดังกล่าวซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ ราคาถูกกว่าท้องตลาดร้อยละ 15-20 จัดจำหน่ายผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ร้านค้าโชห่วยและร้านค้าชุมชน ซึ่งอยู่ในการส่งเสริมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงการคลังจะเป็นผู้กำหนดวงเงินสำหรับใช้จ่ายผ่านบัตรเป็นรายเดือน โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินโครงการได้ในเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์จะมีการหารือร่วมกับผู้ผลิตรายใหญ่ เพื่อคัดเลือกรายการสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายในโครงการและคาดว่าการดำเนินโครงการดังกล่าว จะกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

 

ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำหรับสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายในโครงการจะต้องสอดรับกับนโยบายของกระทรวงการคลัง โดยปัจจุบันมีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่กระทรวงพาณิชย์ให้การส่งเสริมประมาณ 1,000 กว่าร้านค้า รวมถึงจะขอความร่วมมือร้านค้าที่มีความพร้อมเพื่อเข้าสู่ระบบ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะเร่งรัดแผนงานเพื่อให้ทันต่อการเปิดตัวโครงการในเดือนตุลาคมนี้ โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถเสนอโครงการประชารัฐสวัสดิการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ให้ความเห็นชอบได้ในวันพรุ่งนี้ (29 ส.ค.2560)

 

สศก.แจงความก้าวหน้าโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ คณะกรรมการฯ ชุมชนเบิกจ่ายแล้ว 18,925 ล้านบาท

 

นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงาน “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” วงเงินงบประมาณ 22,752.50 ล้านบาท ในพื้นที่ 9,101 ชุมชนทั่วประเทศ (ชุมชนละ 2.5 ล้านบาท) จนถึงขณะนี้มีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยผลการดำเนินงาน(ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2560) ชุมชนทั้ง 9,101 ชุมชน ได้เสนอโครงการจำนวน 24,760 โครงการ วงเงิน 20,054.62 ล้านบาท ทางคณะกรรมการฯ ระดับอำเภอ พิจารณาและอนุมัติโครงการแล้ว จำนวน 24,168 โครงการ คิดเป็นวงเงิน 19,867.20 ล้านบาท หรือร้อยละ 99.07 สำนักงบประมาณ 18 แห่ง ให้ความเห็นชอบแล้วทุกโครงการและโอนเงินงบประมาณลงถึงชุมชนแล้วทุกโครงการ

 

ทั้งนี้ชุมชนได้เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว จำนวน 18,924.98 ล้านบาท หรือร้อยละ 95.26 อีกทั้งชุมชนต่างๆ ได้ดำเนินกิจกรรมแล้วเสร็จมากกว่าร้อยละ 75 ของแผนและคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนที่กำหนดไว้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดคลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐที่จังหวัดอุดรธานี พร้อมสั่งการเร่งเปิดนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกในภาคอีสาน

 

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดคลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐที่จังหวัดอุดรธานี พร้อมกล่าวว่า การสัญจรครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 2 กลุ่มจังหวัด ประกอบด้วย กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี เลย หนองบัวลำภู หนองคาย และจังหวัดบึงกาฬ และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งสอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นการพัฒนาให้ทั่วถึงในทุกภูมิภาค ด้วยการเร่งพัฒนาเอสเอ็มอี และเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็ง มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 สำหรับครั้งนี้มีเป้าหมายลงพื้นที่ในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีอุตสาหกรรมเป้าหมาย คือ อุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราขั้นปลาย อุตสาหกรรมการแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมสนับสนุนการผลิต/ศูนย์กระจายสินค้า ทั้งนี้ เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับนำไปเสริมสภาพคล่องและต่อยอดธุรกิจ ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น

 

สำหรับลักษณะภูมิศาสตร์จังหวัดอุดรธานีที่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงกับการค้าชายแดนและมีศักยภาพ รัฐบาลยังได้กำหนดบทบาทให้อุดรธานีเป็นศูนย์กระจายสินค้า เชื่อมต่อการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญในกลุ่มพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยปัจจุบันการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) อยู่ระหว่างการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ซึ่งนับเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ 2,200 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2561 และในอนาคตเมื่อเปิดดำเนินการแล้ว นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีจะเป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญเพื่อส่งออกไปยัง สปป.ลาว เวียดนาม และจีน โดยผ่านเขตเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย นครพนม และมุกดาหารด้วย

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เผยความคืบหน้าช่วยเหลือด้านการเงินในรูปแบบสินเชื่อ 4 กองทุนวงเงิน 38,000 ล้านบาท

 

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่เปิดคลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐ ครั้งที่ 8 ที่จังหวัดอุดรธานี ว่า เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ และสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองที่เชื่อมโยงกับชายแดนไทย-ลาว ตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดอุดรธานีที่ต้องการเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ให้การช่วยเหลือเอสเอ็มอีด้วยเครื่องมือในการต่อยอดทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะการช่วยเหลือด้านมาตรการทางการเงินในรูปแบบสินเชื่อ 4 กองทุนวงเงินรวม 38,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินให้กับเอสเอ็มอีนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ ทั้งนี้ ล่าสุดความสำเร็จในคลินิกสัญจร 7 ครั้ง ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าขอรับการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากทั่วประเทศยื่นคำขอแล้ว 19,157 ราย รวมวงเงิน 35,590 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของจังหวัดอุดรธานี มีผู้ประกอบการยื่นคำขอแล้ว 400 ราย วงเงิน 670 ล้านบาท

 

สำหรับการจัดคลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐในครั้งนี้ ตั้งเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ 2 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง โดยข้อมูลล่าสุดพบว่ามีผู้ยื่นคำขอจากพื้นที่ 2 กลุ่มจังหวัดเข้ามาแล้ว จำนวน 2,497 ราย วงเงิน 4,234 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในการจัดคลินิกสัญจร นอกจากจะมีมาตรการช่วยเหลือทางการเงินยังมีการให้คำปรึกษาแนะนำโดยการส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้าไปวินิจฉัยและให้คำแนะนำแก่สถานประกอบการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในด้านต่างๆ ด้วย

 

กระทรวงคมนาคม สั่งการให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ดำเนินการปรับปรุงแผนฟื้นฟู ขสมก.ให้เชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ ให้สมบูรณ์

 

นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. ผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง และผู้แทนจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ถึงแผนบริหารจัดการหนี้สินของ ขสมก. ว่า ขสมก. ได้เสนอแนวทางการบริหารจัดการหนี้ที่มีอยู่กว่า 103,000 ล้านบาท ต่อที่ประชุมเพื่อขอรับฟังความคิดเห็นและแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งหมด 3 ข้อ คือเสนอให้รัฐบาลรับภาระหนี้ที่มีอยู่กว่า 103,000 ล้านบาทของ ขสมก.ทั้งหมด แนวทางที่ 2 ให้รัฐบาลรับภาระหนี้ ขสมก. บางส่วนที่เป็นหนี้ที่เกิดจากนโยบายภาครัฐจำนวน 84,898 ล้านบาท และสุดท้ายให้ภาครัฐรับผิดชอบหนี้ที่เป็นส่วนต่างของต้นทุนจากรายได้ที่ ขสมก. ดำเนินการ จากอดีตจนถึงปัจจุบันประมาณ 55,798 ล้านบาท ที่ประชุมจึงมอบหมาย ขสมก. ไปดำเนินการปรับปรุงแผนฟื้นฟู ขสมก.ให้เชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ ให้สมบูรณ์ และต้องมีแผนปฏิบัติการให้ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้และลดการขาดทุนให้กับ ขสมก. ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงองค์กรทุกด้านทั้งการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น โดยให้ดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ให้เชื่อมโยงกับแผนฟื้นฟูเสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน ทั้งนี้ปัจจุบัน ขสมก. ประสบภาวะขาดทุนประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนใหญ่เป็นภาระค่าใช้จ่ายจากอัตราดอกเบี้ยประมาณ 3,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายจากการซ่อมบำรุงและค่าเชื้อเพลิงประมาณ 2,000 ล้านบาท

 

นายยุกต์ จารุภูมิ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ ขสมก. เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ขสมก. มีบุคลากรอยู่กว่า 12,900 คน ซึ่งที่ผ่านมามีแนวทางในการลดบุคลากรเพื่อลดต้นทุนในการดำเนินการ ส่วนใหญ่ตำแหน่งพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารมีสัดส่วนที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนรถที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันเฉลี่ย 4.8 คนต่อรถ 1 คัน ขสมก.มีเป้าหมายลดพนักงานลงเฉลี่ย 2.4 คนต่อรถ 1 คัน เนื่องจากในอนาคตมีการปรับปรุงการให้บริการระบบขนส่งด้วยการนำระบบตั๋วร่วมมาให้บริการ โดยในปีงบประมาณ 2561 ได้ตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการเกษียณก่อนกำหนดปี 2562 กว่า 2,000 ราย

 

29 ส.ค. 60

 

นายกรัฐมนตรี ระบุ ตัวเลขการค้า การส่งออกไทยดีขึ้น ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าเปิดตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าขณะนี้เศรษฐกิจมีความเจริญเติบโตในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการค้า การส่งออก รวมถึงการค้ากับประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีใต้ก็ดีขึ้นมาก โดยตั้งเป้าตัวเลขการส่งออกในปีนี้ที่ร้อยละ 5 และคาดว่า จีดีพีปี 2560 จะอยู่ที่ 3.5-4 % โดยรัฐบาลพยายามเปิดตลาด เจรจากับประเทศคู่ค้า แต่ก็มีปัญหาที่ต้องเผชิญมากพอสมควร เช่นความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาท อัตราดอกเบี้ย รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองด้วย ที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ หากทำให้บ้านเมืองสงบ โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจไปแล้วในหลายเรื่อง

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการส่งเสริมการใช้หุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรม โดยคาดว่าในอีก 5 ปีประเทศไทยจะขาดแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากแต่ละประเทศมีการพัฒนา และต้องดึงแรงงานตัวเองกลับไป จึงจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจใหม่ให้ภาคเอกชนดำเนินการต่อไปในประเทศ ทั้งนี้หลายประเทศยืนยันแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงไปใช้หุ่นยนต์ จะไม่มีการทิ้งคนงานเดิม

 

5 หน่วยงานรัฐผนึกกำลังยกระดับ OTOP-SMEs ครบวงจร เพื่อเสริมธุรกิจด้านการท่องเที่ยวชุมชนและภูมิภาค สู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

 

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) เปิดเผยภายหลังจากการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ในโครงการกิจกรรมส่งเสริมผลิตภัณฑ์ภัณฑ์ OTOP และ SMEs ติดปีก 4.0 ระหว่าง 5 หน่วยงานรัฐ ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ว่าการลงนามในครั้งนี้เป็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ OTOP และ SMEs อย่างครบวงจร ทั้งด้านความรู้ในพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ ยกระดับบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป้าหมาย จัดสรรพื้นที่และช่องทางการจำหน่าย ช่วยประชาสัมพันธ์ ตลอดจนสนับสนุนการเงินต้นทุนต่ำ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ OTOP และ SMEs เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย สามารถต่อยอดไปสู่ระดับนานาชาติ รวมไปถึงส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวระดับชุมชนและภูมิภาค ก่อให้เกิดการสร้างอาชีพ และเกิดการกระจายรายได้อย่างกว้างขวาง ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะก้าวไปสู่ยุคเศรษฐกิจ 4.0

 

นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า ธพว.พร้อมเปิดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำ ผ่านโครงการสินเชื่อสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน ในวงเงิน 75,000 ล้านบาท เพื่อมุ่งเน้นยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องในชุมชนและภูมิภาค อาทิ ธุรกิจก่อตั้งแหล่งท่องเที่ยวหรือในหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ธุจกิจที่พัก และร้านอาหาร รวมไปถึงสนับสนุนเงินลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อสร้างทางเลือกให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง

 

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เตรียมเปิดประมูลหารถเมล์ NGV จำนวน 489 คันใหม่ หลังไม่มีเอกชนรายใดยื่นซองประมูลจากสัญญาเดิม

 

นายยุกต์ จารุภูมิ รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เปิดเผยถึงแนวทางการประมูล จัดหารถเมล์ NGV จำนวน 489 คัน หลังจากไม่มีเอกชนรายใดยื่นซองประมูล ว่า ขสมก.ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ ที่กำหนดระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนไว้อย่างชัดเจน โดยคาดว่าจะประมูลและได้ตัวผู้รับสัญญาภายใน 2 เดือนนี้ และจะกำหนดให้ทยอยส่งมอบรถเป็นล็อตเพื่อให้มีภายในสิ้นปี 2560

 

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ไม่มีเอกชนมายื่นซองประมูล ส่วนหนึ่งเพราะราคากลางต่ำ ซึ่ง ขสมก.จะพิจารณาปรับราคากลาง ค่าซ่อมบำรุง 10 ปีใหม่ ให้เหมาะสมรวมถึงเงื่อนไขในการจดทะเบียน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก

 

30 ส.ค. 60

 

นายกรัฐมนตรี ย้ำรัฐบาลมุ่งส่งเสริมภาคธุรกิจ พร้อมกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่ม

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2560 หรือ PM Award เป็นปีที่ 26 ที่กรมส่งสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จัดขึ้น โดยมี 7 ประเภทรางวัล อาทิ รางวัลผู้ประกอบประธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม รางวัลสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม หรือเบสโอทอป รวมถึงรางวัลเบรนด์ไทยยอดเยี่ยม

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความยินดีและภูมิใจในฐานะที่เป็นคนไทยและทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศ พร้อมขอบคุณที่ภาคธุรกิจให้กำลังใจในการทำงาน พร้อมเน้นย้ำการจะยกระดับขีดความสามารถต่างๆ ทุกอย่างต้องเดินหน้าไปพร้อมไปกัน ทั้งผู้ประกอบการและรัฐบาล เพื่อสร้างห่วงโซ่ หรือภูมิคุ้มกันตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ขณะที่รัฐบาลนี้ก็จะรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและความสงบเรียบร้อย และดำเนินการหลายด้านเพื่อส่งเสริมให้เกิดการค้า การลงทุนให้ภาคธุรกิจเดินไปควบคู่กับความมั่นคง เช่น การส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ และการลงทุนในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะการลงทุนด้านการเกษตร และยังแนะนำให้ผู้ประกอบการยึดหลักคุณธรรม 6 ด้าน สร้างองค์กรที่มีจริยธรรม พร้อมกันนี้ยังขอให้ผู้ประกอบการนำผลกำไรส่วนหนึ่งดูแลผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด ซึ่งจะเป็นการสร้างห่วงโซ่ของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มไปพร้อมๆ กัน

 

พาณิชย์หารือ ร่วมกับผู้ผลิตและร้านโชห่วย 11 ราย ขานรับนโยบายรัฐในโครงการประชารัฐสวัสดิการ

 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมโครงการธงฟ้าประชารัฐ ร่วมกับภาครัฐและเอกชนผู้ผลิตสินค้า 11 ราย ว่า ขณะนี้มีผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐแล้ว 5 ราย ได้แก่ สหพัฒนพิบูล จำกัด(มหาชน) บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย)จำกัด บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด(มหาชน) และบริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ(ประเทศไทย)จำกัด และมีอีก 8 รายที่สนใจเข้าโครงการฯ ทั้งนี้ผู้ผลิตสินค้าเดิม 5 ราย ได้ส่งสินค้าเข้าโครงการจำนวน 18 สินค้า 48 รายการ จำหน่ายราคาต่ำกว่าปกติ ร้อยละ 15-20 และอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเติม

 

อย่างไรก็ตามในการหารือครั้งนี้เพื่อให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เพิ่มโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยซึ่งมีเป้าหมายจัดหาร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ 2 หมื่นแห่งภายใน 1 ตุลาคม 2560 โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะมีเงื่อนไขกำหนด เช่น มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี(TaxID) มีการเพิ่มกลุ่มอุปกรณ์การศึกษาและปัจจัยผลิตการเกษตร มีการติดตั้งเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับร้านค้าเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐปัจจุบันมีแล้วประมาณ 6,500 แห่งทุกจังหวัดทั่วประเทศ

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เน้นแผนท่องเที่ยวมรดกโลกด้านวัฒนธรรมเหนือตอนล่าง 4 จังหวัด

 

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กลยุทธ์เชิงนโยบายของการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยคือ เน้นให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยว จากการลงพื้นที่เขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ที่จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร และจังหวัดตาก พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจากฝรั่งเศสและเยอรมัน เป็นชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจเข้าชมเส้นทางอุทยานประวัติศาสตร์ เชื่อมโยง 3 เมืองมรดกโลก ได้แก่ สุโขทัย,กำแพงเพชร และศรีสัชนาลัย ทั้งนี้สถิติพบว่ารายได้ของ 4 จังหวัดในปี 2559 รวมเป็นเงิน 18,114 ล้านบาท และในครึ่งปีแรก สร้างรายได้ 9,675 ล้านบาท เติบโต 5.04 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในสิ้นปีนี้ หากทำให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนได้นานขึ้น และใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวมรดกวัฒนธรรมและชุมชนต่างๆ

 

นอกจากนี้ นางกอบกาญจน์ ได้มอบนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยให้เน้นการส่งเสริมอัตลักษณ์ และวิถีของท้องถิ่น รวมถึงเน้นการกระจายรายได้จากเมืองหลัก สู่เมืองรองและชุมชน อาศัยการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านการท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆ เช่น medical&wellness, Sport Tourism และ Gastronomy ทางรัฐบาลจึงได้นำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน และนอกจากนี้คณะรัฐมนตรีได้ประกาศให้ปี 2561 เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ส่วนความคืบหน้าการจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยว ประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกฯ โดยคณะทำงาน (อพท.4) ได้เสนอ 7 เส้นทาง 100 แหล่งท่องเที่ยว ภายในเขต 4 จังหวัด (สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร และตาก) ซึ่งเน้นการท่องเที่ยวตามแนวทาง "มรดกโลก กินได้" และ tourism for all พร้อมปฏิทินการท่องเที่ยวภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกฯ โดยจะมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป อย่างไรก็ตามจะต้องวางรากฐานการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน ด้วยการบูรณาการการทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยการนำอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นเข้ามาใช้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองและชุมชน

 

กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน 14 หน่วยงาน ผลักดันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ประเทศไทย 4.0

 

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานลงนามความร่วมมือ หรือ MOU 8 หน่วยงานด้านวิจัยพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของประเทศ และ 14 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งเห็นชอบร่วมกันเพื่อสนับสนุนการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ผลิตภายในประเทศ สนับสนุนเพิ่มจำนวนผู้ทำหน้าที่ออกแบบติดตั้งระบบอัตโนมัติ หรือ System Integrator (SI) จาก 200 รายเป็น 1,400 รายภายใน 5 ปี และต่อยอดงานวิจัยสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ตั้งไว้ โดยความร่วมมือครั้งนี้ ได้กำหนดแผนในการผลักดันมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พัฒนาบุคลากรและพัฒนาเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สร้างและพัฒนาระบบนิเวศน์ เพื่อดึงดูดให้เกิดการลงทุนด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ร่วมเผยแพร่งานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสู่ภาคอุตสาหกรรม บูรณาการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมขนส่งและสาธารณูปโภค เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาสู่อุตสาหกรรม 4.0 พร้อมทั้งผลักดันอุตสาหกรรมในประเทศมีการลงทุนนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและบริการของไทยมูลค่าไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท ในปี 2560 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติภายในประเทศ

 

ทั้งนี้ จะจัดตั้ง Center of Robotic Excellence หรือ Core นำร่อง 8 แห่งในกทม. เชียงใหม่และขอนแก่น มีเป้าหมาย 5 ปีพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบอย่างน้อย 150 ผลิตภัณฑ์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงให้ผู้ประกอบการ 200 ราย และฝึกอบรมบุคลากรไม่น้อยกว่า 2.5 หมื่นคน

 

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยัน โครงการประชารัฐสวัสดิการ จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐ ซื้อสินค้าจำเป็นใน 3 กลุ่มเป้าหมาย

 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ความคืบหน้าโครงการประชารัฐสวัสดิการ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ ( 29 ส.ค. ) ว่า เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรายได้น้อยกับกระทรวงการคลัง จำนวน 11.67 ล้านราย ว่า เพื่อต้องการลดความเลื่อมล้ำกับผู้มีรายได้และให้สามารถดำรงชีวิตและเข้าถึงการให้บริการของรัฐได้มากขึ้น โดยผู้ที่ลงทะเบียนรายได้ต่ำว่า 30,000 บาทต่อปี ซึ่งมีอยู่ประมาณ 8 ล้านคนจะได้รับรายละ 300 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนรายได้น้อยกว่า 1 แสนบาท แต่มากกว่า 3 หมื่นบาท จะได้รับรายละ 200 บาทต่อเดือน เพื่อนำมาซื้อสินค้าพื้นฐานโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มสินค้า ที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน จากร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าที่ลงทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ทั่วประเทศ ประกอบด้วย กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับการศึกษา และกลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร

 

สำหรับสินค้าที่นำมาจำหน่ายในโครงการ จะเป็นสินค้าคุณภาพที่กระทรวงพาณิชย์คัดเลือกจากผู้ผลิต นำมาจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดร้อยละ 15-20 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งขณะนี้มีร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 3,000 ร้านค้า และคาดว่าจะมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการครบ 8,000 ร้านค้าทุกตำบลทั่วประเทศก่อนการเปิดให้บริการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

 

 

31 ส.ค. 60

สังคม

 

28 ส.ค. 60

 

กรมธนารักษ์เตรียมเพิ่มการผลิตเหรียญที่ระลึกในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

 

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กรมธนารักษ์เพิ่มการผลิตเหรียญที่ระลึกในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หลังจากได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยจะผลิตเพิ่มตามยอดสั่งจองในจำนวนจำกัด ซึ่งเหรียญทองคำผลิตเพิ่มอีกไม่เกิน 5 หมื่นเหรียญ จากรอบแรกผลิตไปแล้วจำนวน 99,999 เหรียญและมีผู้สั่งจองหมดตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 2 ของการเปิดจอง ส่วนเหรียญเงินผลิตเพิ่มอีก 4 แสนเหรียญ จากรอบแรกผลิตไป 399,999 เหรียญ มีผู้สั่งจองหมดลงภายในวันแรกที่เปิดจอง และเหรียญทองแดงร่มดำพ่นทรายผลิตเพิ่มอีกไม่เกิน 40,000 เหรียญ จากรอบแรกผลิตไป 39,999 เหรียญ มีผู้สั่งจองหมดลงภายในช่วงเช้าของวันที่ 2 ของการเปิดจองเหรียญ

 

โดยกรมธนารักษ์จะปิดการจองรอบแรกทุกแห่งชั่วคราวทั้งหน่วยงานของกรมธนารักษ์และธนาคารต่างๆ ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 16.30 น.เป็นต้นไป และจะเปิดสั่งจองใหม่รอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 18-30 กันยายนนี้ หรือจนกว่าเหรียญจะหมด ซึ่งประชาชนสามารถสั่งจองเหรียญทั้ง 4 ประเภทได้ที่หน่วยงานกรมธนารักษ์และธนาคารทั้ง 19 แห่งทุกสาขาทั่วประเทศ โดยและผู้สั่งจอง 1 คน ใช้สิทธิ์จองได้ 1 สิทธิ์เท่านั้น ไม่สามารถรับฝากจองได้เหมือนรอบแรกและรอบ 2 สามารถจองเหรียญเงินได้เพียง 1 เหรียญ จากเดิมกำหนดจองได้คนละ 2 เหรียญ ขณะที่ผู้ที่ใช้สิทธิ์จองรอบแรกไปแล้วไม่สามารถจองเหรียญประเภทเดิมได้อีก แม้จะใช้สิทธิจองไม่ครบตามจำนวนเหรียญที่กำหนด

 

กรมศิลปากรประดับผ้าทองย่นพระเมรุมาศสีทองรองพื้นคู่สีเทาประดับลวดลายผ้าทองย่นสีแดง น้ำเงิน ชมพู และเขียว

 

นายธีรชาติ วีรยุทธานนท์ สถาปนิกชำนาญการ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เปิดเผยว่า การก่อสร้างพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อยู่ระหว่างดำเนินการประดับผ้าทองย่น สำหรับการให้สีของพระเมรุมาศเป็นไปตามโบราณราชประเพณี สอดคล้องกับแนวคิดของการก่อสร้างตามความหมายของมาศที่แปลว่าทอง แบ่งเป็นสีพื้นตัวอาคาร และสีลวดลายผ้าทองย่นใช้สีทองเป็นหลักร้อยละ 70 และมีสีเทาเป็นสีคู่เคียงตามสีในสถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างในรัชกาลที่ 9 ประดับผ้าทองย่นชั้นฐานชาลา และลายหน้าเสาพระเมรุมาศเน้นสีทองเป็นหลัก และใส่แววประกอบลวดลายเป็นสีแดง น้ำเงิน เงิน ชมพู และเขียว แบ่งเป็นส่วนเครื่องยอดบุษบกประธาน บุษบกหอเปลื้อง และบุษบกซ่าง ใช้งานพ่นสีแทนการใช้ผ้าทองย่นฉาบแววเพื่อป้องกันความเสียหายจากแดดและฝน กระเบื้องหลังคาปูสีเทามีขลิบสีทอง ชั้นเชิงกลอนประดับผ้าทองย่นแววสีเงินภายในซุ้มบันแถลงบุษบกประธานประดับกระจกสีขาวเป็นรูปสามเหลี่ยมจัดวางซุ้มสถาปัตยกรรมรวยระกาขนาดเล็กส่งถึงตัวเรือนยอด เพื่อให้ตัวบุษบกประธานโดดเด่น ส่วนลายประกอบหน้าเสาพระเมรุมาศประดับลวดลายผ้าทองย่นบนพื้นสีครีมงาช้าง

 

สถาปนิกชำนาญการ กล่าวว่า สำหรับการให้สีพระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และอาคารประกอบอื่นๆ ใช้รูปแบบเดียวกับพระเมรุมาศ ได้แก่ สีเทา และทอง ทั้งนี้งานประดับลวดลายผ้าทองย่นกำหนดจะดำเนินการ ให้แล้วเสร็จในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่จะมีพระราชพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร

 

ประเทศไทยสามารถปลูกดอกไม้ที่มีสรรพคุณใช้เป็นสมุนไพรได้หลายชนิด นำดอกไม้ที่มีอยู่มาผลิตเป็นชาและสร้างรายได้

 

มณฑลยูนนาน ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นพื้นที่ที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ จนได้รับสมญานามว่า "อาณาจักรแห่งพันธุ์ไม้”ขณะเดียวกัน นครคุนหมิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลยูนนาน ก็ได้รับฉายาว่าเป็น “เมืองดอกไม้แห่งเอเชีย”เนื่องจากพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี จึงทำให้เกษตรกรนิยมปลูกดอกไม้เพื่อจำหน่ายสร้างรายได้จำนวนมาก โดยผลผลิตที่ได้ส่วนหนึ่งถูกนำมาแปรรูปเป็นชาดอกไม้ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับมณฑลยูนนานได้อย่างดี เพราะนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนนิยมซื้อเป็นของฝาก โดยนางสาวหลิว อย่าจิ้ง เจ้าของร้านชาดอกไม้ที่ตั้งอยู่ในมณฑลยูนนาน บอกว่า ดอกไม้ที่นำมาแปรรูปเป็นชา มีหลายชนิด เช่นดอกกุหลาบ ดอกบานไม่รู้โรย ดอกอัญชัน และดอกไม้พื้นเมืองของยูนนานอีกหลายชนิด โดยแต่ละชนิดมีสรรพคุณแตกต่างกันออกไป รวมถึงการดื่มชาดอกไม้จะช่วยให้ผ่อนคลายจากความเครียดได้ดี

 

ผลิตภัณฑ์ชาดอกไม้ในยูนนาน ยังสะท้อนให้เห็นว่า การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างดอกไม้ที่มีในพื้นที่อย่างเหมาะสมและถูกวิธี จะช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะนำดอกไม้ที่ปลูกในประเทศมาแปรรูปเป็นชาดอกไม้ได้ เนื่องจากดอกไม้ อย่าง กุหลาบ บานไม่รู้โรย อัญชัน หรือดอกไม้ชนิดอื่นๆ ประเทศไทยก็สามารถปลูกได้ดี โดยนางสาวกัญญาณัฐ สายวิโรจน์สกุล ผู้บริโภคกล่าวว่า หากมีการส่งเสริมให้ทำผลิตภัณฑ์ชาดอกไม้ออกสู่ตลาด และสร้างการรับรู้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและการท่องเที่ยวของไทยได้เพิ่มขึ้น

 

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเริ่มมีหน่วยงานให้ความสนใจการผลิตชาดอกไม้เพิ่มขึ้น แต่เกษตรกร และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงขาดองค์ความรู้ในการผลิตชาดอกไม้ ดังนั้นหากเกษตรกรและผู้ประกอบการได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และได้รับการสนับสนุนในเรื่องการตลาดที่ดี ชาดอกไม้ของไทย จะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้เข้าประเทศได้เป็นอย่างดี

 

กระทรวงสาธารณสุข เปิดคลินิกหมอครอบครัว ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง ตำบลบางริ้น จังหวัดระนอง เน้นส่งทีมแพทย์ดูแลผู้ป่วยถึงบ้าน

 

นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการลงพื้นที่จังหวัดระนอง ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางริ้น และเปิดคลินิกหมอครอบครัว ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง ตำบลบางริ้น ว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับนโยบาย “คลินิกหมอครอบครัว” ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐที่มีคุณภาพทัดเทียมกัน โดยพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิที่ใกล้ชิดกับประชาชนจัดเป็นคลินิกหมอครอบครัว มีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว และทีมสหวิชาชีพดูแลประชากร 10,000 คนต่อ 1 ทีม ขณะนี้ทั่วประเทศมีคลินิกหมอครอบครัวแล้ว 596 ทีมใน 12 เขตสุขภาพ ครอบคลุม 76 จังหวัด โดยในปี 2561 จะขยายบริการเพิ่มให้ได้ 996 ทีม รวมทั้งเพิ่มโรงพยาบาลที่ผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวอีก 71 แห่ง สามารถผลิตแพทย์ได้เพิ่มจากปีละ 270 คนเป็น 500 คน เพื่อให้มีแพทย์ในคลินิกหมอครอบครัวเพิ่มขึ้น และในอีก 10 ปี จะมีหมอครอบครัว 6,500 ทีม ดูแลประชาชน 65 ล้านคน

 

นอกจากนี้ ยังมีบูรณาการการทำงานคลินิกหมอครอบครัวร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (District Health Board) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ติดดาว ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพมากขึ้น จากการประเมินผลการดำเนินงานของคลินิกหมอครอบครัวเห็นผลชัดเจนใน 3 เรื่อง คือ 1.ช่วยลดการใช้บริการที่โรงพยาบาลใหญ่ได้ถึงร้อยละ 60 ทำให้แพทย์สามารถเน้นการดูแลเฉพาะทางได้ 2.ลดเวลารอคอยในโรงพยาบาลใหญ่จาก 172 นาทีเหลือ 44 นาที และ3.ลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเดินทางไปโรงพยาบาล 1,655 บาทต่อปี

 

ทั้งนี้การให้บริการของคลินิกหมอครอบครัว ส่วนใหญ่จะตั้งในพื้นที่ประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นไปมาสะดวก พบมารับบริการด้วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคระบบทางเดินอาหาร ไข้หวัด และมาลาเรีย ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังลงพื้นที่ส่งเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพครอบคลุมตลอดช่วงอายุวัย เน้นการมีทีมดูแลถึงที่บ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มคนที่อยู่ในภาวะเปราะบางต้องพึ่งพาผู้อื่น ให้คำปรึกษาแนะนำโดยประชาชนผ่านทางโทรศัพท์มือถือ จัดตั้งไลน์กลุ่ม อสม.ที่เข้าถึงได้ง่าย ตลอดจนประสานกรณีต้องส่งผู้ป่วยให้เป็นไปอย่างราบรื่น ผู้รับบริการมีความอุ่นใจและติดตามอาการหลังเจ็บป่วย

 

29 ส.ค. 60

 

สำนักช่างสิบหมู่ขึ้นหุ่นโครงสร้างตู้สังเค็ดใส่หนังสือประดับภาพพระราชนิพนธ์พระมหาชนก ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสีขาวพ่นทรายสีทองสง่างาม จัดสร้างสำหรับใช้ในพระราชพิธี จำนวน 9 ตู้

 

นายสุธี สกุลหนู นายช่างศิลปกรรมปฏิบัติงาน กลุ่มช่างเขียนและลายรดน้ำ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้ออกแบบตู้สังเค็ด หรือตู้พระธรรมใส่หนังสือประดับภาพพระราชนิพนธ์พระมหาชนก ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กล่าวว่าการจัดสร้างตู้สังเค็ดอยู่ระหว่างจัดทำโครงสร้างหุ่นไม้ต้นแบบ และส่วนประกอบ ล่าสุดได้จัดทำต้นแบบส่งมอบให้กลุ่มงานที่รับผิดชอบนำไปดำเนินการ โดยด้านบนสุดของตู้ได้รับแรงบันดาลใจจากหยาดพระเสโทที่ทรงทุ่มพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทย ประดับลายกระจังและตราพระนามาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ด้านซ้ายเป็นรูปกระต่าย นักษัตรปีพระราชสมภพ ด้านขวาเป็นรูปลิง นักษัตรปีเสด็จสวรรคต บานประตูซ้ายด้านบนประดับพระพุทธรูปพระชัยวัฒน์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ด้านขวา เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ด้านล่างซ้ายและขวาเป็นรูปพระมหาชนกและลายคลื่นน้ำ ขาตู้เป็นลายรักร้อยแสดงถึงความรู้รักสามัคคีของคนในชาติ

 

สำหรับตู้สังเค็ดจัดสร้างเป็นตู้กระจกสีขาว โดยกระจกทั้ง 4 บานใช้งานพ่นทรายปิดทองคำเปลวให้มีความสง่างามโดยจะเร่งประกอบโครงสร้างของตู้ต้นแบบให้แล้วเพื่อนำไปเป็นใช้สำหรับการจัดสร้างงานทั้งหมด 41 ตู้ และจะดำเนินการจัดสร้างให้แล้วเสร็จเพื่อใช้ในการพระราชพิธี จำนวน 9 ตู้

 

รัฐบาล ขอความร่วมมือ สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ปรับโทนสีของภาพและเนื้อหาของรายการโทรทัศน์ ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 1 - 20 ต.ค.นี้

 

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมพร้อมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่าสถานีโทรทัศน์ทุกช่องจะมีการปรับโทนภาพและเนื้อหาของรายการโทรทัศน์ ตั้งแต่วันที่ 1 - 20 ตุลาคมนี้ โดยวันที่ 20 - 24 ตุลาคมนี้ จะมีรายการพิเศษเทิดพระเกียรติแต่ไม่ได้หมายความว่า สถานีโทรทัศน์ทุกช่องจะออกอากาศเหมือนกันหมด จากนั้นวันที่ 25 ตุลาคม จะเป็นช่วงพระราชพิธี , วันที่ 26 ตุลาคม เป็นการถ่ายทอดพระราชพิธีผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ขณะที่ ระหว่างวันที่ 27 – 29 ตุลาคม จะมีการช่วงของพระราชพิธี ซึ่งสื่อต่างๆ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สำหรับพระราชพิธีวันที่ 26 ตุลาคม จะขอความร่วมมือจอขนาดใหญ่ ตามสี่แยกต่างๆ เกี่ยวสัญญาณช่วงพระราชพิธี จากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจด้วย ซึ่งทั้งหมดจะประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

 

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ได้เตรียมความพร้อมทุกอย่าง ดำเนินการเป็นไปตามกรอบเวลาที่คณะกรรมการอำนวยการจัดงาน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วางไว้ อาทิ การปลูกดอกดาวเรือง การปรับปรุงสถานที่ และจุดวางดอกไม้จันทน์ ซึ่งประชาชนให้ความร่วมมือในเรื่องการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เป็นจำนวนมาก ทุกอย่างสอดคล้องและเหมาะสมกับเวลา ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้รายงานผลความคืบหน้าการทำงาน ให้นายกรัฐมนตรีทราบอย่างต่อเนื่อง

 

รัฐบาลจัดแผนบริหารจัดนิทรรศการภายหลังพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตลอดเดือนพฤศจิกายน

 

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้หารือแนวทางการบริหารจัดการนิทรรศการภายหลังพระราชพิธีระหว่างวันที่ 1 - 30 พฤศจิกายน โดยที่ประชุมได้เสนอให้เข้าชมนิทรรศการระหว่างเวลา 07.00-22.00 น. พร้อมสรุปแนวทางอำนวยการความสะดวกประชาชน แบ่งเป็นการจัดทำทางลาดบริเวณทางขึ้นพระเมรุมาศและอาคารประกอบทุกหลัง จัดทำพระเมรุมาศจำลองสำหรับกลุ่มผู้พิการ ที่ต้องใช้รถเข็นจะจัดทำทางลาดบริเวณทางขึ้นพระเมรุมาศและอาคารประกอบทุกหลังมีอาสาสมัครนำชม กลุ่มนักท่องเที่ยวจะจัดพิมพ์แผ่นพับภาษาอังกฤษและจีน เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องพระเมรุมาศ กลุ่มพระภิกษุกำหนดให้มีจุดพักคอยโดยเฉพาะ ส่วนการรักษาปลอดภัยมอบหมายให้กองทัพบกเป็นผู้ดูแล โดยใช้ระบบเดียวกับการเข้ากราบพระบรมศพ ตลอดจนการดูแลสุขภาพปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมทั้งจัดรถขนส่งมวลชนกรุงเทพและภาคเอกชนรับ-ส่งประชาชนรวม 38 เส้นทาง

 

สำหรับการจัดนิทรรศการแบ่งเป็นพื้นที่พระนั่งทรงธรรม จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ ส่วนศาลาลูกขุนจัดแสดงเกี่ยวกับจัดสร้างพระเมรุมาศ บูรณะราชรถราชยาน ประติมากรรม ขณะที่หน้าพระเมรุมาศจัดการแสดงมหรสพในช่วงกลางคืน คาดว่าจะมีผู้เข้าชมต่อวันมากกว่า 1 แสนคน และเตรียมจัดพิมพ์แผ่นพับนำชมรองรับจำนวน 3 ล้านแผ่น อีกทั้งจะหารือถึงการรับสมัครจิตอาสาช่วยงานนิทรรศการอีกครั้งในวันที่ 13 กันยายน

 

30 ส.ค. 60

 

นายกรัฐมนตรี แนะนำทุกครัวเรือนปลูกมะพร้าวไว้สร้างรายได้ เพราะอนาคตเชื่อจะขาดแคลน

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนปลูกมะพร้าวกะทิไว้ตามพื้นที่ว่าง รอบครัวเรือน เพราะในอนาคตจะสามารถสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน เพราะตลาดจะมีความต้องการและเป็นพื้นที่ใช้ระยะเวลาการปลูกไม่กี่ปีก็สามารถให้ผลผลิตได้

 

นายกรัฐมนตรี ชื่นชมผลงานทัพนักกีฬาไทยที่ครองอันดับสองกีฬาซีเกมส์ที่มาเลเซีย

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศไทยได้อันดับสองรองจากประเทศมาเลเซียเจ้าภาพว่า พอใจกับผลงานของนักกีฬาไทย และขอชื่นชมให้กำลังใจคณะนักกีฬาไทยทุกคน ทั้งนี้แม้จะได้อันดับสอง ทั้งที่ใจอยากได้อันดับหนึ่ง แต่เห็นใจทุกคนในการแข่งขัน เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่เจ้าภาพมักได้อันดับที่หนึ่ง เนื่องจากเตรียมการมาดี ดังนั้นหากนักกีฬาเดินทางกลับมาครบหมดแล้ว ก็จะมีการทบทวนเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนากีฬาของบางสมาคมว่ามีส่วนใดที่ต้องแก้ปัญหาและต้องการให้รัฐบาลแก้ไข หรือช่วยเหลือบ้าง

 

รมช.ศึกษาธิการ เชิญชวนคนไทยใส่สายข้อมือสีเหลือง "จะเป็นลูกที่ดีของพ่อตลอดไป"

 

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังคณะผู้บริหารโครงการสายข้อมือสีเหลือง "จะเป็นลูกที่ดีของพ่อตลอดไป" เข้าพบเพื่อมอบสายข้อมือสีเหลืองและแสดงความขอบคุณที่ได้ให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวมาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ว่าอยากเชิญชวนคนไทย สวมใส่สายข้อมือสีเหลือง "จะเป็นลูกที่ดีของพ่อตลอดไป" เพื่อน้อมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ระลึกในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตลอดจนเป็นการรวมพลังชาวไทยแสดงถึงความจงรักภักดี ด้วยคำมั่นสัญญาว่า "จะเป็นลูกที่ดีของพ่อตลอดไป"

 

 

สำหรับสายข้อมือสีเหลือง "จะเป็นลูกที่ดีของพ่อตลอดไป" ทำมาจากซิลิโคนแท้สีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำรัชกาลที่ 9 โดยด้านนอกสลักข้อความว่า "จะเป็นลูกที่ดีของพ่อตลอดไป I love My Father" ด้านในสลักตัวเลขอารบิก เรียงลำดับสายข้อมือแต่ละชิ้น ตั้งแต่ชิ้นที่ 1 เป็นต้นไป ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถร่วมสมทบทุนได้ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทุกสาขาทั่วประเทศ ในราคาเส้นละ 100 บาท เริ่มจำหน่ายวันแรกในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โครงการสายข้อมือสีเหลือง "จะเป็นลูกที่ดีของพ่อตลอดไป" โทรศัพท์ : 0-2030-0065(15 คู่สาย) หรือที่ www.yellowwristband.com หรือ Line ID : yellowwristband